4th day with me myself
ตื่นเช้า
ขับรถไปทำงาน
เช้าจนค่ำ หมดวันอันยาวนาน
ขับรถกลับบ้าน
กินข้าว
และเข้านอน
ตื่น…
…เข้านอน
ก็ยังคงทำเหมือนเดิมทุกวัน
เพียงแต่ขาดคนข้างๆไป
…เท่านั้น…
ไม่น่าเชื่อว่า หลายอย่างต่างไป
เช่น
เวลา เหลือมากขึ้น
เงิน ใช้น้อยลง
เปิดทีวีนานขึ้น บางทีเหมือนเปิดให้มันมีเสียงเท่านั้น
หรือการที่ภายนอกเงียบ
แต่ภายในความคิดตัวเองนั้นคุยกันขโมง
หรือ
เมื่อไม่ต้องมีใครคอยหงุดหงิด
เรื่องเล็กเรื่องน้อย(แต่ชอบทำให้เป็นเรื่องใหญ่)ของกันและกัน
เมื่อต้องดูบอลคนเดียว
โดยไม่มีกองเชียร์ทีมตรงข้ามคอยกัด
หรือเมื่อไม่มีคนคอยบ่น
ตอนขับรถไป อ่านทวีตไป หนักหน่อยก็พิมพ์ด้วย อีกมือประคองพวงมาลัย ขาคอยแตะเบรก
…
นี่มั้ง ที่เขาว่า
มนุษย์อยากเป็นตัวของตัวเองมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งโหยหาสังคม ต้องการความเข้าใจ
ต้องการที่ดำรงอยู่ของตัวตนบนสังคมที่แตกต่างได้
เช่นกัน
สำหรับความรักของคนสองคนมันก็เหมือนจำลองสังคมย่อยๆลงมา
เพราะไม่ว่าสังคมไหนๆ คู่ไหนๆ
เมื่ออยู่ด้วยกันก็ต้องเจอและจัดการกับความแตกต่าง
ก็ต้องมีพบแล้วจากไป
เพื่อจากและพบกันใหม่
ชีวิตเกิดมาเพื่อเป็นเช่นนี้
แล้วเวลาที่เราใช้จ่ายไปด้วยกัน…
จะมีความหมาย จะเห็นคุณค่าก็ตอนที่จากกัน
…
สำหรับเราในตอนนี้
แค่ผ่านไปสี่วัน ของโลกที่ไม่มีกัน
สี่วัน ก็เหมือนสี่ปีแล้วล่ะ
(**กลับมาไวๆ คิดถึงเสียงบ่นแล้ว)
หมายเหตุ : blog entry นี้อาจดูส่วนตัวไปนิด แต่คิดว่าอารมณ์แบบนี้มันเป็นสากล เชื่อว่าไม่มากก็น้อยที่กำลังเคยรู้สึกเหมือนกัน







